พิมพ์คำว่า “โปรแกรมคลินิกยี่ห้อไหนดี” แล้วสิ่งที่เจอคือหน้าที่ตอบว่ายี่ห้อของคนเขียนดีที่สุด ซึ่งเข้าใจได้ แต่ใช้ตัดสินใจไม่ได้
บทความนี้จึงไม่จัดอันดับ เพราะเราก็เป็นผู้ขายรายหนึ่ง สิ่งที่ให้ได้และมีประโยชน์กว่าคือไม้บรรทัด แปดข้อที่วัดได้จริง เอาไปวัดทุกเจ้ารวมทั้ง Dr.Ease ด้วยเกณฑ์เดียวกัน
ก่อนเทียบ ต้องรู้ว่าคลินิกคุณเป็นแบบไหน
เกณฑ์เดียวกันให้คำตอบต่างกันตามงานที่ทำ ตอบสี่ข้อนี้ก่อน แล้วน้ำหนักของแต่ละเกณฑ์จะเปลี่ยนไปเอง
- ขายคอร์สหรือขายครั้งเดียวจบ ถ้าขายคอร์ส เรื่องสิทธิ์คงเหลือและการแชร์สิทธิ์จะสำคัญกว่าทุกอย่าง
- แพทย์คนเดียวหรือหลายคน หลายคนหมายถึงต้องคิดค่ามือแพทย์แยกอัตรา ซึ่งเป็นจุดที่ระบบต่างชาติมักทำไม่ได้
- สาขาเดียวหรือกำลังจะเพิ่ม ถ้าคิดจะเพิ่มในสองปี ต้องดูเรื่องสาขาตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่ตอนเปิดจริง
- ใครเป็นคนกรอกข้อมูล ถ้าคือแพทย์ในห้องตรวจ ความเร็วบนแท็บเล็ตสำคัญกว่าความสวยของแดชบอร์ด
แปดเกณฑ์ที่วัดได้
1. ฟอร์มบันทึกการรักษาแก้ให้ตรงกับงานเราได้แค่ไหน
คลินิกฉีดฟิลเลอร์ คลินิกเลเซอร์ และคลินิกทันตกรรม ต้องการช่องบันทึกไม่เหมือนกัน ถ้าฟอร์มถูกกำหนดมาตายตัว ปลายทางที่เกิดขึ้นทุกครั้งคือทีมพิมพ์ทุกอย่างลงช่องหมายเหตุ แล้วข้อมูลนั้นก็ค้นไม่ได้และสรุปไม่ได้
วิธีวัด ขอให้ผู้ขายเพิ่มช่องที่คลินิกคุณต้องใช้จริงหนึ่งช่องให้ดูตอนเดโม ถ้าคำตอบคือ “ต้องส่งให้ทีมพัฒนาก่อน” นั่นคือคำตอบที่มีความหมาย
2. คอร์สและสิทธิ์คงเหลือ
ถามสี่ข้อ ตัดครั้งแล้วรู้ไหมว่าใครตัด ที่สาขาไหน คุมวันหมดอายุได้ไหม แชร์สิทธิ์ให้คนในครอบครัวแล้วยังตรวจย้อนได้ไหม และตอบได้ไหมว่าตอนนี้คลินิกมีภาระคอร์สค้างส่งมอบรวมเท่าไหร่
ข้อสุดท้ายคือข้อที่แยกระบบที่คิดเรื่องคลินิกจริงออกจากระบบขายของทั่วไป
3. ค่ามือแพทย์และค่าคอม
คิดต่อหัตถการได้ไหม ต่างอัตราตามแพทย์ได้ไหม และเมื่อคิดเสร็จ ตรวจย้อนได้ไหมว่าตัวเลขนี้มาจากบิลใบไหน
วิธีวัด เอาโครงสร้าง DF จริงของคลินิกไปหนึ่งชุด แล้วขอให้เขาตั้งค่าให้ดู ไม่ใช่ถามว่ารองรับไหม
4. สิทธิ์การเข้าถึงและร่องรอยการใช้งาน
ใครเห็นประวัติการรักษาได้ ใครเห็นต้นทุนได้ ใครแก้ย้อนหลังได้ และมีบันทึกไหมว่าใครเปิดดูประวัติของใครเมื่อไหร่
ข้อนี้เป็นทั้งเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลและเรื่องลดข้อครหาในทีม รายละเอียดอยู่ใน เก็บภาพ Before-After ให้ใช้ได้จริงและไม่ละเมิดสิทธิคนไข้
5. ความเร็วในงานที่ทำวันละร้อยครั้ง
ไม่ใช่จำนวนฟีเจอร์ แต่คือสามงานนี้กินเวลากี่วินาที ค้นคนไข้เก่าเจอ เปิดบันทึกการรักษาแล้วเริ่มพิมพ์ได้ และปิดบิลพร้อมพิมพ์ใบเสร็จ
วิธีวัด จับเวลาเองตอนเดโม ให้พนักงานหน้าเคาน์เตอร์เป็นคนกด ไม่ใช่เซลส์
6. ข้อมูลออกได้ไหม
ถามตรง ๆ ว่า “ถ้าเลิกใช้พรุ่งนี้ ผมได้อะไรกลับไป และเป็นไฟล์แบบไหน” แล้วขอทดลองส่งออกจริงหนึ่งครั้งในเดือนแรก
ข้อนี้เป็นเกณฑ์ที่คนมองข้ามที่สุดและมีผลกับอำนาจต่อรองมากที่สุด ระบบที่ให้ข้อมูลออกง่ายคือระบบที่มั่นใจว่าคุณจะอยู่เพราะมันดี ไม่ใช่เพราะคุณย้ายไม่ได้
7. คนที่รับสายเวลาระบบมีปัญหาตอนคิวแน่น
ถามสามข้อ ติดต่อทางไหนได้ในเวลาทำการ ตอบภายในกี่นาทีตามที่รับปากไว้ และปีที่แล้วช่วงที่ระบบใช้งานไม่ได้นานสุดกี่ชั่วโมง เกิดจากอะไร
คำตอบว่าไม่เคยมีปัญหาเลยน่ากังวลกว่าคำตอบที่เล่ารายละเอียดได้
8. ต้นทุนห้าปี
รวมค่าติดตั้ง ค่านำเข้าข้อมูล ค่าอบรมเพิ่ม ค่าข้อความแจ้งเตือน ค่าพื้นที่เก็บภาพ และเงื่อนไขการปรับราคา วิธีกรอกตารางอยู่ใน โปรแกรมคลินิก ซื้อขาด กับ จ่ายรายเดือน
วิธีทดลองใช้ให้เห็นของจริงใน 3 วัน
การเดโมที่ผู้ขายเป็นคนกดปุ่มทั้งหมด บอกได้แค่ว่าระบบทำอะไรได้ ไม่ได้บอกว่าทีมคุณใช้ได้ไหม ทำสามวันนี้แทน
วันแรก ใส่ของจริงเข้าไป ขอ 20 รายชื่อลูกค้าจริง หัตถการที่ขายบ่อยสิบรายการ และคอร์สหนึ่งแพ็กเกจ ถ้าการตั้งค่าตรงนี้ยังยาก งานหลังจากนี้จะยากกว่า
วันที่สอง ให้พนักงานเดินงานเต็มรอบ ลูกค้าเข้ามา ค้นประวัติ บันทึกการรักษา ตัดคอร์ส เก็บเงิน ออกใบเสร็จ นัดครั้งถัดไป โดยเจ้าของไม่ช่วย จดจุดที่พนักงานหยุดคิด
วันที่สาม ถามคำถามที่ต้องใช้ข้อมูล เดือนนี้ใครไม่กลับมาเกินสามเดือน หัตถการไหนทำกำไรดีที่สุด คอร์สค้างส่งมอบเท่าไหร่ ค่ามือแพทย์ของแพทย์แต่ละคนเป็นเท่าไหร่ ถ้าระบบตอบไม่ได้ในสามวันแรก มันจะไม่ตอบได้ในเดือนที่หก
สี่สัญญาณเตือนตอนคุยกับผู้ขาย
- เลี่ยงคำถามเรื่องการส่งออกข้อมูล ทุกครั้งที่ถามแล้วเปลี่ยนเรื่อง ให้ถามซ้ำ
- ตอบว่าทำได้ทุกอย่าง ระบบที่ดีมีขอบเขต ผู้ขายที่รู้จักของตัวเองจะบอกได้ว่าอะไรไม่เหมาะกับคุณ
- เร่งให้เซ็นวันนี้ด้วยส่วนลด ส่วนลดที่หายไปในวันเดียว มักไม่ใช่ส่วนลดจริง
- ไม่ยอมให้พนักงานลองกดเอง เป็นสัญญาณว่าระบบเร็วเฉพาะในมือคนที่ใช้ทุกวัน
แล้ววัด Dr.Ease ด้วยเกณฑ์เดียวกัน
เพื่อความยุติธรรม นี่คือที่ที่เราคิดว่าเราได้เปรียบและที่ที่ไม่ใช่
จุดที่เราตั้งใจทำให้ต่าง ฟอร์ม OPD ที่คลินิกออกแบบช่องเองได้ ระบบคอร์สที่แชร์สิทธิ์ได้และยังตรวจย้อนได้ ค่ามือแพทย์ที่คิดจากรายการจริง และการทำงานบนแท็บเล็ตในห้องตรวจ ดูรายละเอียดที่หน้าฟีเจอร์
จุดที่เราไม่ใช่คำตอบ ถ้าคลินิกให้บริการจบในครั้งเดียว ไม่ขายคอร์ส มีแพทย์คนเดียว และต้องการเพียงเครื่องออกใบเสร็จ ระบบที่ถูกกว่าเพียงพอจริง และเราจะไม่แนะนำให้จ่ายเพิ่ม เหตุผลอยู่ใน โปรแกรมคลินิก กับ ระบบ POS ร้านทั่วไป
สรุป
คำถาม “ยี่ห้อไหนดี” ไม่มีคำตอบกลาง เพราะเกณฑ์ที่สำคัญกับคลินิกที่ขายคอร์สและมีแพทย์ห้าคน ไม่เหมือนคลินิกแพทย์คนเดียวที่ตรวจจบในครั้งเดียว
ทางที่เร็วที่สุดคือเรียงแปดเกณฑ์ข้างบนตามความสำคัญของคุณเอง ให้สามเจ้าทำโจทย์ชุดเดียวกัน แล้วให้พนักงานเป็นคนกด ไม่ใช่เซลส์ คำตอบมักชัดภายในสามวัน
ถ้าต้องการชุดคำถามพาไปคุย ใช้ เช็กลิสต์ 32 ข้อ ก่อนเซ็นสัญญาโปรแกรมคลินิก ได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมบทความนี้ไม่บอกชื่อยี่ห้อและจัดอันดับให้เลย
เพราะเราเป็นผู้ขายรายหนึ่ง การจัดอันดับที่มีตัวเองอยู่ในนั้นไม่มีน้ำหนัก และอันดับที่เขียนโดยผู้ขายรายไหนก็มีปัญหาเดียวกัน สิ่งที่เราให้ได้อย่างตรงไปตรงมาคือเกณฑ์วัด ซึ่งคุณเอาไปใช้กับเราด้วยได้ และถ้าเราไม่ผ่านข้อไหนก็ควรไม่ผ่าน
ควรทดลองใช้กี่เจ้าก่อนตัดสินใจ
สามเจ้าคือจำนวนที่พอดี น้อยกว่านั้นไม่มีตัวเทียบ มากกว่านั้นข้อมูลจะปนกันจนจำไม่ได้ว่าใครทำอะไรได้ วิธีลดความสับสนคือให้ทุกเจ้าทำโจทย์ชุดเดียวกันในการเดโม แล้วจดคำตอบลงตารางเดียวกัน
ราคาควรเป็นเกณฑ์ลำดับที่เท่าไหร่
ควรเป็นข้อท้าย ๆ แต่ต้องคิดเป็นต้นทุนห้าปี ไม่ใช่ค่ารายเดือน เหตุผลคือส่วนต่างของราคาระหว่างเจ้าที่ทำงานได้กับเจ้าที่ทำงานไม่ได้ มักน้อยกว่าค่าเสียเวลาของทีมในหนึ่งปี ระบบที่ถูกกว่าเดือนละพันแต่ทำให้ปิดยอดช้าขึ้นสองชั่วโมงต่อสัปดาห์ คือระบบที่แพงกว่า