สอนพนักงานใหม่ใช้โปรแกรมคลินิกให้จบใน 1 กะ

อย่าสอนทั้งระบบ สอนหกงานที่ใช้ทุกวันให้คล่องก่อน แล้วที่เหลือค่อยเรียนจากงานจริง เพราะพนักงานที่จำได้ครึ่งเดียวจะไม่ใช้ระบบเลย

พนักงานคลินิกสองคนที่เคาน์เตอร์ ใช้ iPad ที่เปิดระบบ Dr.Ease เลือกรายการบริการให้ลูกค้า

การเทรนที่ล้มเหลวมักไม่ได้ล้มเพราะระบบยาก แต่ล้มเพราะสอนมากเกินไปในครั้งเดียว พนักงานที่ถูกพาไปดูทุกเมนูในสองชั่วโมงจะจำได้ครึ่งเดียว และคนที่จำได้ครึ่งเดียวจะเลือกไม่ใช้ระบบเลยเมื่อมีลูกค้ารออยู่ เพราะกลัวกดผิด

วิธีที่ได้ผลคือสอนให้น้อยแต่ให้คล่อง

หลักการเดียวที่ต้องยึด

สอนเฉพาะงานที่ใช้ทุกวัน ให้คล่องถึงระดับไม่ต้องคิด ที่เหลือให้เรียนจากงานจริงเมื่อเจอ

สำหรับพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ งานที่ใช้ทุกวันมีหกอย่าง และหกอย่างนี้ครอบคลุมงานจริงเกือบทั้งหมดของกะหนึ่ง

หกงานที่ต้องสอน เรียงตามลำดับที่ถูก

ลำดับสำคัญ เพราะแต่ละงานต่อยอดจากงานก่อนหน้า

1. ค้นหาลูกค้าเก่า (10 นาที)

สอนก่อนทุกอย่าง เพราะเป็นงานที่ทำบ่อยที่สุดในกะ และเป็นงานที่ถ้าทำไม่ได้ พนักงานจะกลับไปเปิดแฟ้มทันที

ให้ฝึกค้นสามวิธี: จากชื่อบางส่วน จากเบอร์สี่ตัวท้าย และจากรหัส HN แล้วให้ลองกับชื่อที่สะกดยาก

2. เพิ่มลูกค้าใหม่ (10 นาที)

สอนว่าช่องไหนบังคับ ช่องไหนเว้นได้ ประเด็นที่ต้องเน้นคือมาตรฐานการกรอก เช่น เบอร์โทรกรอกติดกันไม่ใส่ขีด ชื่อไม่ใส่คำนำหน้า เพราะความไม่สม่ำเสมอตรงนี้จะทำให้ค้นหาไม่เจอในอีกหกเดือน

ถ้ามีเครื่องอ่านบัตรประชาชน สอนใช้ตรงนี้เลย เพราะประหยัดเวลาและลดพิมพ์ผิดมากที่สุด

3. เปิดนัดและเลื่อนนัด (15 นาที)

สอนสามสถานการณ์: จองล่วงหน้า, ลูกค้าเดินเข้ามาไม่ได้นัด, และเลื่อนนัดที่มีอยู่

เน้นว่าการเลื่อนต้องเลื่อนในระบบ ไม่ใช่ลบทิ้งแล้วสร้างใหม่ เพราะประวัติการเลื่อนคือข้อมูลที่ใช้ดูภายหลังว่าลูกค้าคนไหนเลื่อนบ่อย

4. ปิดบิลและรับชำระ (20 นาที)

งานที่ใช้เวลาสอนนานที่สุดและควรเป็นเช่นนั้น เพราะผิดแล้วกระทบเงิน

ต้องฝึกครบทุกวิธีรับเงินที่คลินิกใช้จริง: เงินสด บัตร โอน ลิงก์ชำระเงิน และจ่ายผสมสองวิธีในบิลเดียว ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดจริงบ่อยแต่มักไม่ได้สอน

รวมถึงสองกรณีที่จะเกิดแน่ ๆ ในสัปดาห์แรก: ลูกค้าขอใบเสร็จในชื่อบริษัท และการยกเลิกบิลที่ทำผิด

5. ตัดครั้งคอร์ส (15 นาที)

สำคัญเพราะกระทบสิทธิ์ที่ลูกค้าจ่ายมาแล้ว ต้องฝึกสามกรณี: ตัดครั้งปกติ, ตัดคอร์สที่แชร์สิทธิ์ให้คนอื่น, และดูว่าเหลือกี่ครั้งเพื่อตอบลูกค้าได้ทันที

เน้นย้ำว่าห้ามตัดครั้งล่วงหน้าเพื่อความสะดวก ให้ตัดตอนให้บริการจริงเท่านั้น

6. ดูคิววันนี้ (5 นาที)

งานสุดท้ายและง่ายที่สุด สอนให้เปิดหน้าเดียวที่เห็นคิวทั้งวันของทุกแพทย์และทุกห้อง

รวมทั้งหมดประมาณ 75 นาที ซึ่งพอดีกับช่วงคิวเบาของกะหนึ่ง

ห้าอย่างที่ยังไม่ต้องสอนในวันแรก

การไม่สอนสิ่งเหล่านี้ในวันแรกเป็นการตัดสินใจ ไม่ใช่การละเลย

  • รายงานทุกชนิด เพราะไม่ใช่หน้าที่เขา
  • การตั้งค่าระบบ
  • การจัดการสต๊อก ถ้าไม่ใช่คนรับผิดชอบ
  • การสร้างคอร์สใหม่ ให้เขาตัดครั้งได้พอ
  • ฟีเจอร์ที่คลินิกยังไม่ได้เปิดใช้

ทุกอย่างที่สอนเกินความจำเป็นในวันแรกจะเบียดพื้นที่ความจำของหกงานที่จำเป็น

วิธีสอนที่ต่างจากการนำเสนอ

ให้เขากดตั้งแต่นาทีแรก ห้ามสอนด้วยการที่ผู้สอนกดให้ดู แล้วเขาดู คนจำจากการทำ ไม่ใช่จากการดู

ใช้ข้อมูลลูกค้าจริงในโหมดทดลอง ถ้าระบบมีให้ ถ้าไม่มี ให้สร้างลูกค้าสมมติชื่อชัดเจนว่าเป็นข้อมูลทดสอบ เพื่อลบทีหลังได้ง่าย

ใช้สถานการณ์จริงของคลินิก ไม่ใช่ตัวอย่างมาตรฐาน เช่น “คุณสมหญิงโทรมาขอเลื่อนนัดพรุ่งนี้เป็นสัปดาห์หน้า แล้วขอใช้คอร์สที่แชร์กับพี่สาว” ลองทำให้ครบทั้งชุด

ให้กดผิดให้ดู สอนวิธีแก้เมื่อกดผิดตั้งแต่แรก คนที่รู้วิธีแก้จะกล้าใช้ระบบ คนที่ไม่รู้จะกลัวและเลี่ยง

เช็กลิสต์วัดว่าผ่านหรือยัง

ก่อนปล่อยให้ทำงานคนเดียว ให้ทำหกอย่างนี้ได้โดยไม่ถาม

  • ค้นหาลูกค้าเก่าจากเบอร์สี่ตัวท้ายได้ใน 15 วินาที
  • เพิ่มลูกค้าใหม่ครบทุกช่องบังคับได้เอง
  • เปิดนัดสำหรับลูกค้าที่เดินเข้ามาไม่ได้นัดได้
  • ปิดบิลที่จ่ายด้วยบัตรครึ่งหนึ่งกับเงินสดครึ่งหนึ่งได้
  • ตอบได้ว่าลูกค้าคนหนึ่งเหลือคอร์สกี่ครั้ง โดยดูจากระบบ
  • รู้ว่าถ้ากดผิดแล้วต้องทำอะไร และต้องเรียกใคร

ถ้ายังไม่ผ่านข้อใด ให้ฝึกข้อนั้นซ้ำ ไม่ใช่สอนเรื่องใหม่เพิ่ม

สิ่งที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า

คู่มือหนึ่งหน้าติดข้างจอ ครอบคลุมหกงาน แต่ละงานไม่เกินห้าบรรทัด พร้อมเบอร์ติดต่อเวลาติดขัด คู่มือหลายสิบหน้าไม่มีใครเปิดตอนมีลูกค้ารออยู่

คนที่ตอบคำถามได้ในคลินิก ควรมีพนักงานหนึ่งคนที่รู้ระบบดีกว่าคนอื่นและเป็นคนที่เพื่อนถามได้ การให้ทุกคนโทรหาซัพพอร์ตของผู้ให้บริการเองจะช้ากว่าและทำให้ทีมท้อ

บัญชีผู้ใช้ของตัวเอง ไม่ใช่ใช้บัญชีร่วมกัน เพราะการใช้บัญชีร่วมทำให้ตรวจย้อนไม่ได้ว่าใครทำอะไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องการที่สุดตอนที่ยอดไม่ตรง

หลังกะแรก

สัปดาห์แรกให้ทำสองอย่าง

จดจุดที่ติดขัด ไม่ใช่ให้พนักงานโทรถามทีละข้อ ให้จดรวมแล้วส่งเป็นชุดให้ทีมซัพพอร์ตครั้งเดียว

ถามว่ายังมีอะไรที่ยังจดในสมุดอยู่ไหม ถ้ามี นั่นคือจุดที่ระบบยังไม่ตอบโจทย์จริง ไม่ใช่ความผิดของพนักงาน

สรุป

เป้าหมายของกะแรกไม่ใช่ให้พนักงานรู้ทั้งระบบ แต่ให้เขาผ่านกะไปได้โดยไม่ต้องหันไปหากระดาษ ถ้าทำได้ ที่เหลือเขาจะเรียนเอง

ถ้ากำลังเตรียมย้ายระบบทั้งคลินิก อ่านไทม์ไลน์สี่สัปดาห์ และวิธีนำเข้าข้อมูลลูกค้า ส่วนคู่มือทีละขั้นของแต่ละฟังก์ชันอยู่ที่หน้าคู่มือการใช้งาน

คำถามที่พบบ่อย

พนักงานที่ไม่ถนัดคอมพิวเตอร์เลย ใช้เวลานานกว่าไหม

นานกว่าในสองงานแรกเท่านั้น หลังจากนั้นไม่ต่างกันมาก เพราะงานหน้าเคาน์เตอร์เป็นลำดับเดิมซ้ำ ๆ ไม่ใช่การใช้คอมพิวเตอร์แบบทั่วไป สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือให้เขาลงมือกดเองตั้งแต่นาทีแรก ไม่ใช่นั่งดูคนอื่นกด

ควรเทรนตอนคลินิกปิดหรือตอนเปิด

ทั้งสองช่วง เริ่มด้วยการสอนตอนคลินิกปิดหรือคิวเบา เพื่อให้กดผิดได้โดยไม่กระทบลูกค้า แล้วให้ลงหน้างานจริงในกะเดียวกันโดยมีคนยืนข้าง เพราะการเรียนกับลูกค้าจริงคือส่วนที่ทำให้จำได้ ห้ามสอนวันเดียวแล้วปล่อยสัปดาห์ถัดไป ความรู้จะหายไปก่อนได้ใช้

ต้องมีคู่มือเป็นเอกสารไหม

ควรมีแต่ต้องสั้น หนึ่งหน้ากระดาษที่ติดไว้ข้างจอ ครอบคลุมหกงานที่ใช้ทุกวันกับเบอร์ติดต่อเวลาติดขัด คู่มือ 40 หน้าไม่มีใครอ่านตอนมีลูกค้ารออยู่

อยากให้คลินิกโตขึ้นแบบมีระบบ?

ทีม Dr.Ease ระบบคลินิกครบวงจร ช่วยเพิ่มรายได้ ลดงาน และดูแลผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี →
TikTok
Instagram
LINE
Facebook